นัตชื่อเรียกเทวดาและผีของพม่า

พม่าได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งดินแดนพระพุทธศานาและพุทธเจดีย์ พุทธศาสนิกชนชาวพม่าต่างให้ความเคารพในพระสงฆ์องค์เจ้าซึ่งถือเป็นเนื้อนาบุญและเป็นที่พึ่งแห่งกุศล แต่ภายใต้ร่มเงาแห่งพุทธศาสนานั้น สังคมพม่ายังคงแฝงกลิ่นอายความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาผีเป็นมูลเดิมอยู่ไม่น้อย ซึ่งเรียกกันว่า นัต นั้น ปราชญ์ชาวพม่าเชื่อว่าคำนี้น่าจะมาจากคำว่า “นาถ” ในภาษาบาลี หมายถึงผู้เป็นที่พึ่ง ตามตำราว่าด้วยนัตของพม่ามักจัดแบ่งนัตออกเป็น 3 กลุ่ม คือ นัตพุทธ นัตใน และนัตนอก กล่าวคือ นัตพุทธ คือนัต 37 ตน ที่มีการกล่าวถึงในคัมภีร์พุทธศานา นัตใน หมายถึง นัต 37 ตนที่ถูกกำหนดให้อยู่ในเขตกำแพงพระเจดีย์ชเวดากอง ณ เมืองพุกาม มีทั้งนัตที่ปรากฏชื่อในศาสนาฮินดู 15 ตน เช่น ท้าวจตุมหาราชหรือนัตประจำทิศทั้ง 4 และนัตท้องถิ่นอีก 22 ตน นัตนอก คือนัตที่กำหนดให้อยู่นอกกำแพงพระเจดีย์ชเวดากอง สถิตย์อยู่เฉพาะในศาล มี 37 ตน โดยความเชื่อของชาวพม่า ให้พระอินทร์ซึ่งเป็นเทวราชอยู่ในกลุ่มของนัตนอก ส่วนอีก 36 ตน เป็นวิญญาณของผู้ที่ตายร้ายและเป็นที่นับถือของชาวพม่าทั่วไปและมีหลากหลายชนชั้น บทบาทของนัตในความเชื่อของพม่าดั้งเดิมมีความสำคัญถึงระดับร่วมสร้างบ้านแปลงเมืองพุกามในยุคแรกๆ จนได้รับความสำคัญเป็นถึงมิ่งเมือง สันนิษฐานว่าในช่วงยุคของพระเจ้าอโนรธา การรับพระพุทธศาสนาจากภายนอกได้ทำให้นัตในคติความเชื่อพื้นถิ่นถูกลดบทบาทลงเป็นเพียงนัตที่คอยพิทักษ์รักษาพุทธศาสนา อาทิ อารักษ์พระเจดีย์ แต่ถึงกระนั้นชาวบ้านก็มิได้ละความเชื่อเรื่องนัตลง ยังคงมีการเซ่นไว้นัตกันภายในบ้าน มีการอัญเชิญนัตประทับทรงในพิธีบวงสรวงนัต ร่างทรงนัตจึงยังคงมีบทบาทสืบทอดมาแทบไม่ขาดสาย

Continue Reading

อย่าเล่นซ่อนหาตอนกลางคืน ระวังผีจับไปซ่อน

อีกหนึ่งความเชื่อของคนไทยที่มีมาช้านานสำหรับเด็กๆ ในตอนเด็กๆนั้นการเล่นซ่อนหาเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งที่มีความสนุกสนานมาก การเล่นซ่อนหานั้นสามารถเล่นได้หลายๆคนตั้งแต่ 3 คนจนถึง 7-10 คนก็ได้ การเล่นที่คนหนึ่งต้องเป็นคนหาที่คนที่เหลือต้องหาที่ซ่อนและใครที่ถูกหาเจอคนแรกจะได้เป็นคนหาคนต่อไป การเล่นซ่อนหาถือว่าเป็นการละเล่นที่สนุกสนานมากในวัยเด็ก เรามักได้ยินเรื่องของการเล่นซ่อนหาในช่วงพลบค่ำ เรามักจะได้ยินผู้ใหญ่กล่าวว่าห้ามเล่นซ่อนหาในช่วงค่ำหรือตอนกลางคืนเพราะผีจะจับไปซ่อนและทำให้หาไม่เจอ เรื่องราวของผีจับไปซ่อนนั้นเป็นเรื่องราวลึกลับอย่างหนึ่ง มีความเชื่อว่าในตอนกลางคืนจะเป็นเวลาที่โลกของวิญญาณเปิดออก และวิญญาณเหล่านั้นจะพาคนเป็นกลับไปโลกของพวกเขาด้วย โดยเฉพาะคนที่เล่นซ่อนหาในยามค่ำคืนและจะไม่มีใครหาเจอ นี่คือเรื่องเล่าที่พูดต่อๆกันมา เรามักได้ยินผู้ใหญ่พูดเสมอว่าอย่าเล่นซ่อนหาตอนค่ำหรือตอนกลางคืนเพราะจะถูกผีจับไปซ่อน ความเชื่อและเรื่องเล่านี้นับว่าได้ผลทีเดียวเพราะว่าไม่มีเด็กคนใดที่เล่นซ่อนหาตอนกลางคืนเลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงอาทิตย์ตกแล้วและมีความมืด การเล่นซ่อนหาตอนกลางคืนนั้นอาจต่อให้เกิดอันตรายต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การลักพาตัว หรือแม้แต่อันตรายจากสัตว์มีพิษต่างๆในตอนกลางคืน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้ใหญ่มักหลอกเด็กๆว่า อย่าเล่นซ่อนหาตอนกลางคืน ซึ่งมันเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ใช้ได้ผลจริงๆ แต่ผู้ใหญ่บางคนก็บอกกับเด็กตามความจริง ซึ่งตอนกลางคืนนั้นมีแต่อันตรายสำหรับเด็กซึ่งไม่มีทางป้องกันตัวเองได้เลย นั่นคือเหตุผลของผู้ใหญ่ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณแล้ว

Continue Reading

อย่าด่าพ่อ อย่าตีแม่

อย่าด่าอย่าตีพ่อตีแม่ ปากจะเท่ารูเข็ม มือจะโตเท่าใบลาน คนไทยในสมัยก่อนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม โดยจะมีพ่อซึ่งเป็นผู้นำของครอบครัว จะต้องตื่นแต่เช้ามืด จูงควายไปทุ่ง เพื่อทำไร่ไถนา หาผัก จับปลามาเป็นอาหาร ถ้าลูกยังเล็กแม่ก็จะอยู่บ้านเลี้ยงลูกไปก่อน แต่ถ้าลูกอายุได้สักขวบสองขวบแล้ว ก็จะปล่อยให้อยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย แม่ก็จะหาบกระบุง ตะกร้า ปิ่นโต ตามไปช่วยพ่อทำงานด้วย และจะกลับบ้านใกล้ย่ำค่ำ เมื่อกลับถึงบ้านแม่ก็จะเข้าครัวทำกับข้าว หากมีลูกโตพอจะช่วยงานได้แล้วก็จะหุงข้าวไว้รอแม่หลังจากกลับมาจากโรงเรียน ส่วนพ่อก็จะดูแลจัดการควายให้เรียบร้อยด้วยการพาไปอาบน้ำ เอาเข้าคอก สุมไฟไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร หลังจากเสร็จภารกิจแล้วจึงจะไปอาบน้ำ พอดีกับแม่จัดสำรับอาหารเสร็จ ทุกคนก็จะมารับประทานอาหารร่วมกัน ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างเรียบง่าย ลูกหลานในสมัยก่อนจึงมักได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดจาก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย คำสั่งสอนหนึ่งที่ได้ยินอยู่เสมอจนปัจจุบันก็คือ อย่าด่า อย่าทุบตีพ่อแม่ จะบาปกรรมและเมื่อตายไปจะกลายเป็นเปรต ตัวสูงเท่าต้นตาล ปากเท่ารูเข็ม และ มือโตเท่าใบลาน… เปรต กล่าวกันว่าเป็นผีจำพวกหนึ่ง มีรูปร่างสูงโย่งเท่าต้นตาล ผมยาวหยิกหยอย คอยาว ผอมโซ กล่าวกันว่าคนที่ชอบด่าพ่อแม่จะเป็นเปรตที่มีปากเท่ารูเข็ม กินอะไรไม่ได้ ใช้แต่ปากดูดน้ำๆ จึงไม่อิ่มและร้องหิวโหยดังวี้ดๆ ตลอดเวลาในตอนกลางคืน

Continue Reading

กลางคืน ได้ยินเสียง อย่าทัก

เวลากลางคืนได้ยินเสียงอะไรอย่าทัก หรือขานรับ ของ จะเข้าตัว    คนในสมัยก่อนมีความเชื่อในเรื่องการศึกษาเล่าเรียนวิชา ไสยศาสตร์ คาถาอาคม โดยเมื่อถึงวันสำคัญตามความเชื่อของผู้ที่เรียน ก็จะมีการปล่อย ของ ซึ่งในที่นี้หมายถึง คาถาอาคม ผี หรือเวทมนตร์ต่าง ๆ ออกไปเพื่อทดลองวิชา และเมื่อของ ผี หรือเวทมนตร์ดังกล่าวไปถูกหรือกระทบกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด จะเกิดเสียงดังเปรี้ยงปร้าง หากใครทัก ของนั้นจะเข้าตัวคนที่ร้องทัก ซึ่งอาจเป็นตะปู หรือ หนังควายเข้าท้อง ทำให้เจ็บป่วยหรือตายได้ ฟังแล้วน่ากลัวมาก ดังนั้นในตอนกลางคืน หากมีใครมาเรียกหรือมีเสียงอะไรที่แปลกๆคนสมัยก่อนจะเงียบไม่ขานรับนอกจากจะแน่ใจว่าเป็นเสียงคนที่คุ้นเคยจึงจะขานรับ คนโบราณได้วางอุบายเล่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไว้ให้กลัวเกรงเพื่อสั่งสอนหรือเตือนบุตรหลานของตนให้รู้จักระมัดระวังภัยอันตรายในยามค่ำคืนเพราะอาจมีคนมาลอบทำร้าย และขานเรียกเพื่อให้ถูกตัว ดังเรื่องที่กล่าวต่อไปนี้ที่เล่ากันต่อมาว่า เวลาที่จะสร้างเมือง จะต้องมีเสาหลักเมืองอยู่สี่มุมเมือง ขุดหลุมขนาดคนลงไปได้ และมีไม้ซุงขนาดใหญ่ที่ใช้ทำเสาหลักเมือง วางอยู่ปากหลุม ทางราชการจะให้ทหารออกไปตามหมู่บ้านในคืนเดือนมืด แล้วตะโกนดังๆเป็นระยะๆว่า อิน จัน มั่น คง ถ้าบังเอิญไปตรงกับชื่อใครและไม่ทันฟังให้ถนัดขานรับออกไป ทหารหลวงก็จะจับตัวผู้ นั้นไป เมื่อครบทั้ง 4 คนแล้วก็จะพาไปประจำหลุมทั้งสี่มุมเมืองและทำพิธีโดยปิดตาทั้งสองข้างบวงสรวง ตามพิธีกรรม.

Continue Reading

ความเชื่อ เรื่องนกแสกเกาะ หลังคาบ้าน

ความเชื่อเรื่องนกแสกเกาะหลังคาบ้านจะเป็นเรื่องไม่ดีหรืออาจจะเกิดรางร้ายนั้นเป็นความเชื่อของคนสมัครโบราณเพราะนกแสกนั้นเป็นนกกลางคืนมีเสียงร้องที่น่าขนรุกและมักเจอในงานศพหรืองานอัปมงคลที่มักจัดในเวลากลางคืนจึงทำให้คนในสมัยโบราณนกแสกเป็นสัญญาณเตือนของความสูญเสียและความตายถ้านกแสกไปเกาะที่บ้านไหนแสดงว่าบ้านหลังนั้นอาจจะต้องมีคนถึงคาดนกเสกเป็นนกคล้ายกับนกฮูกที่คอยออกหากินในเวลากลางคืน ส่งเสียงร้องดัง คนไทยถือว่าเป็นนกอัปมงคลเพราะนกเสกเองจะออกหากินหนูตามบ้านเรือนหรือตามวัดวาอาราม สมัยก่อนนกเสกออกหากินอาหารตามวัด และส่งเสียงร้องดัง แม้กระทั่งตอนกลางคืนที่มีการจัดงานศพก็ตาม ดังนั้น คนส่วนมากเมื่อพบเห็นนกเสกร้องในงานศพบ่อยๆจะมักจะมองถึงความอัปมงคลที่เกี่ยวข้องกับความตายมาเกี่ยวข้องเป็นนิจ และเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันจนกลายเป็นคติความเชื่อของคนไทยเลยทีเดียวเมื่อใดที่เห็นนกแสกร้องในวัด คนก็มักจะเชื่อว่าคงจะต้องมีงานศพเกิดขึ้นในไม่ช้าเป็นแน่ หากนกแสกไปเกาะหรือไปร้องที่บ้านใครก็มีความเชื่อว่าเรื่องอัปมงคลมักจะเกิดขึ้นกับคนในบ้านนั้น ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็อาจจะมีใครเสียชีวิตก็เป็นได้ จึงมักจะมีวิธีแก้เคล็ดให้ร้ายคลายเป็นดีแทนด้วยการจุดธูปเทียน 1 ดอก พร้อมดอกไม้บูชา และสุราอาหารกล่าวอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรหรือเจ้ายมบาลให้ตนเองหรือญาติมิตร คนในครอบครัวปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

Continue Reading

ตุ๊กแกร้องตอนกลางวัน

ตุ๊กแก เป็นสัตว์ที่ร้องกลางคืนเท่านั้น! แต่ถ้าเมื่อใดมันร้องกลางวัน ภายในบ้านของท่าน นั่นแสดงว่ากำลังจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น อาจมีคนเจ็บป่วย หรือได้รับอันตราย ปกติตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่ไม่ทำร้ายใคร! และ??เชื่อว่า ตุ๊กแก คือ ร่างของปู่ ย่า ตา ยาย กลับมาสิงอยู่ และคอยส่งเสียงร้องเตือนลูกหลานด้วย เวลาลูกหลานทำสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย ตุ๊กแก ดีนะ แต่?ในละครทีวี ตุ๊กแกผี มันเป็นเรื่องแต่งนะ! อย่างนั้นอย่าไปเชื่อเด็ดขาด เสียงร้องของ ตุ๊กแก คนโบราณช่างสังเกต ช่างจดช่างจำ และบันทึกเสียง ตุ๊กแก ไว้อย่างน่าสนใจ ตุ๊กแกมีทั้งให้คุณ และให้โทษ แบบไหนดี หรือไม่ดี มาดูกันดีกว่ากรณีร้อง ร้องเสียง แก แก จะมีความหมายในทางไม่ดี ชั่วช้า เลว … ให้รีบไล่ไปทันที เพื่อแก้เคล็ด ร้องเสียง ครอด ออด ออด ไม่มีความหมายร้องต่ำกว่า 5 ครั้ง ไม่มีความหมายสักเท่าไหร่ แต่อยู่เกณฑ์ชั่วนิด ๆ จะไล่หรือไม่ไล่แล้วแต่ ดุลยพินิจของเจ้าบ้านร้อง 5 ครั้ง หมายถึง เสนียด จัญไร ทำให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ นานา ให้รีบไล่ไปให้พ้นอย่าง รีบด่วนที่สุดร้อง 6 ครั้ง หมายถึง เจ้าของบ้านจะเดือดร้อน อึดอัด คับแค้นใจ เก็บทรัพย์ไม่อยู่ ควรไล่ ออกไปเพื่อความสบายใจของคนในบ้านร้อง 7 ครั้ง ความหมาย ไม่ดี เพราะจะทำให้เสียทรัพย์สินเงินทอง ดวงการเงินแย่ลง เจ้าหนี้ ตามรังควาน หมุนเงินไม่ทัน ควรรีบไล่ไปเร็วพลันร้อง 8 ครั้ง ความหมาย ดี เงินทองคล่องมือ จะทำให้เกิดโชคลาภเงินทองมาก ก็ควรเลี้ยง เจ้าตัวนี้ไว้ร้อง 9 ครั้ง ความหมาย ดี เพราะจะทำให้เจริญรุ่งเรือง เจ้าของบ้านควรอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงไว้

Continue Reading

งู แรงอาฆาตตามความเชื่อหากใครฆ่าแล้วต้องตาย

งู สัตว์เลื้อยคลานที่มีทั้ง มีพิษ และ ไม่มีพิษ มักพบเจอได้ทุกสถานที่ เราคงเคยได้ยินข่าวถึงเรื่องของ งูเจ้าที่ หากใครฆ่าแล้วต้องตาย มีข่าวหลายเคสที่เกี่ยวกับงู เช่น เคส หัวหน้าครอบครัวฆ่างูเห่าแล้วนำไข่ในท้องมากิน สุดท้ายตายยกครัว ก็เป็นความเชื่อว่า งูเป็นสัตว์ที่มีแรงอาฆาตมาก แม้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณ แต่เราก็ไม่สามารถห้ามความเชื่อนั้นๆได้ จากข่าวที่เราได้ดูตามหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นงูพิษแรงร้าย เช่น งูเห่า หรือ งูจงอาง โดยงูทั้ง 2 ชนิดเป็นงูพิษร้ายแรงถึงตาย อย่างเช่น เคสข่าว ที่คู่สามี-ภรรยา พบเห็นงูจงอางขนาดใหญ่เลื้อยเข้ามาในบ้านและสามีได้ฆ่างูจงอางตัวนั้น ต่อมาไม่นานได้มีงูจงอางอีกตัวเลื้อยเข้ามากัดภรรยา จนภรรยาอาการโคม่าเนื่องจากพิษงู ทำให้สามีเชื่อว่างูจงอางตัวนั้นอาจมาแก้แค้นแทนงูที่ถูกฆ่าตาย ถึงกับต้องมีการขอขมายกใหญ่ จากการวิเคราะห์ข้อมูลตามหลักความเป็นจริง แถวนั้นอาจเป็นแหล่งฉุกชุมของ งู หรือเป็นฤดูกาลผสมพันธุ์ทำให้มีงูเลื้อยเข้ามาและมีการพบเห็น เมื่อฆ่าแล้ว 1 ตัว ก็ยังมีอีก 1 ตัวเลื้อยเข้ามาและเผลอโดนกัด จากความเชื่อต่างๆ เรื่องของงูนั้นทำให้เราได้เรียนรู้ถึง ความปลอดภัย ต่างๆให้มีความระมัดระวังมากขึ้นเพราะเราไม่รู้เลยว่าบ้านของเราจะมีงูบุกเข้ามาหรือไม่

Continue Reading

รวมความเชื่อเกี่ยวกับการสร้างบ้าน

การปลูกบ้านสักหลังหนึ่ง นอกจากต้องคำนึงถึงเรื่องทำเลที่ตั้งแล้ว สิ่งแวดล้อมรอบบ้านก็มีส่วนช่วยในเรื่องความร่มเย็นเป็นสุข อยู่แล้วสบายมีอากาศถ่ายเถสะดวกนอกจากการคำนึงถึงเรื่องโครงสร้าง สิ่งแวดล้อมแล้ว คติความเชื่อก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบ้านเช่นกัน ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ทำให้ผู้สร้างบ้านนั้น มีความรอบคอบในการสร้างมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตัวของผู้สร้างบ้านเองด้วย – ห้ามสร้างบ้านที่มีถนนรอบสี่ด้านหรือใกล้สี่แยก ตามความเชื่อ ว่ากันว่า ส่วนที่เป็นสี่แยกนั้นจะเป็นทางผ่านของวิญญาณทำให้บ้านที่อยู่ระแวกนั้นอยู่ไม่เป็นสุข แต่ความจริง การที่มีถนนล้อมรอบหรือเป็นสี่แยกนั้นจะมีรถวิ่งและการจราจร เสียงรบกวนต่างๆ – ห้ามสร้างบ้านใกล้กับบ่อน้ำหรือมีตอไม้ เชื่อว่าน้ำเป็นสะสมของวิญญาณหรือตอไม้เป็นที่อยู่ของคนตาย แต่ความจริงแล้ว บ่อน้ำเกิดจากการขุดหลุมซึ่งจะทำให้น้ำกัดเซาะดินหากปลูกบ้านไว้ใกล้จะทำบ้านทรุด หรือ ตอไม้ขนาดใหญ่รากจะฝังลึกทำให้ถอนยาก – ห้ามปลูกต้นไม้ใหญ่รอบบ้าน หรือหน้าบ้าน การที่ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมบ้านจะทำให้บ้านดูมืดทึบ ไม่น่าอยู่ ทำให้คนผ่านไปมาคิดว่าบ้านร้างหรือบ้านผีสิง ดังนั้นการปลูกต้นไม้ใหญ่ควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านอย่างสวนหลังบ้าน และควรปลูกต้นไม้เล็กๆไว้รอบบ้านก็ได้ – ห้ามนำดอกซ่อนกลิ่นมาปลูกในบ้าน ตามความเชื่อว่าดอกซ่อนกลิ่น หากนำมาไว้ที่บ้านจะทำให้ครอบครัวแตกแยก แต่ความจริงดอกซ่อนกลิ่นมีกลิ่นหอมที่แรงมาก หากสูดดมมากๆก็จะเวียนหัวได้  

Continue Reading

สุริยุปราคา และ จันทรุปราคา ลางบอกเหตุของคนโบราณ

การเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคา เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จันทรุปราคา คือปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านโลก เกิดขึ้นเมื่อ ดวงอาทิตย์ โลกและดวงจันทร์เคลื่อนหากันในแนวตรงกันพอดี จะเห็นเป็นดวงจันทร์ที่ถูกบัง ซึ่งจันทรุปราคามีชื่อเรียกอื่นๆเช่น จันทรคราส, ราหูอมจันทร์, กบกินเดือน เป็นต้น การเกิดสุริยุปราคาก็เช่นเดียวกับจันทรุปราคา แต่จะเกิดในช่วงกลางวันและต้องดูโดยการใช้แว่นป้องกันพิเศษในการชม สุริยุปราคา และจันทรุปราคา เกิดขึ้นหลายๆครั้งบนโลก คนสมัยก่อนยังไม่รู้ว่าการเกิดนั้นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งแต่ละสถานที่มีความเชื่อที่ต่างกันออกไป ในอดีตมีการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ซึ่งในไทยเกิดครั้งแรก ในวันที่ 18 สิงหาคม 2411 ในตอนนั้นผู้คนเชื่อว่าจะทำให้เกิดเรื่องที่ไม่ดี จะนำพาสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น เช่น โรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาด เช่นเดียวกับจันทรุปราคาที่คนไทยสมัยก่อนมักเชื่อว่า เกิดจากเทพ ราหู ที่ไล่จับพระจันทร์กินทำให้เวลาเกิดจันทรุปราคานั้นมีลักษณะเหมือนพระจันทร์ถูกความมืดบดบัง ตามความเชื่อของคนไทย เช่น ทางภาคเหนือเชื่อว่า ดวงจันทร์ที่ถูกบดบังเกิดจากสิ่งชั่วร้ายที่มาบดบังพระจันทร์ ชาวบ้านจะนำไม้มาเคาะกับกระบอกไม้ไผ่เพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป หรือคนอีสาน เมื่อเห็นจันทรุปราคาจะเชื่อว่า จะมีคนถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง หากเกิดชาวบ้านจะหลบอยู่แต่ในบ้านหรือในวัด เป็นต้น นอกจากความเชื่อของคนไทยแล้ว คนชาติอื่นก็จะมีความเชื่อตามแต่ละสถานที่นั้นๆ โดยส่วนมากจะเชื่อเรื่องความตาย เหตุร้ายต่างๆ    

Continue Reading

ห้ามร้องเพลงในครัว จะได้ผัวแก่-เมียแก่

     ห้ามร้องเพลงในครัวขณะทำอาหารนั้น เราคงเคยได้ยินมานานตั้งแต่เด็ก เราเคยได้ยินว่า “อย่าร้องเพลงตอนกับอาหารนะ โบราณเค้าถือ ถ้าร้องเพลงแล้วจะได้ผัวแก่ เมียแก่” คำๆนี้ทำให้หลายคนกลัวการร้องเพลงตอนทำอาหารเพราะกลัวว่าจะได้ผัวแก่-เมียแก่ การร้องเพลงถือว่าเป็นการผ่อนคลาย ความเครียดของเราอีกวิธีหนึ่งซึ่งเราสามารถร้องเพลงขณะอายน้ำก็ได้หรือทำกิจกรรมอื่นๆ แต่การร้องเพลงในขณะทำอาหารนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเอามากๆ เราจะได้ยินคนเฒ่า คนแก่ คอยเตือนเราถึงการร้องเพลงและมักจะโดนขู่ว่า ถ้าร้องแล้วจะได้ผัวแก่ เมียแก่ แม้ว่าเราเองก็ไม่รู้ว่าความเชื่อนั้นๆ มาจากที่ใด ใครเป็นคนเริ่มต้นพูดขึ้นมา ซึ่งถือว่าเป็นกุศโลบายที่สามารถใช้ได้ผล คงไม่มีใครอยากได้ผัวแก่ เมียแก่หรอก ถือว่าเป็นความเชื่อก้นครัวไทยมาช้านาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในความเป็นจริงแล้ว การทำอาหารต้องอาศัยความตั้งใจในการทำเพื่อให้อาหารออกมาดูน่ารับประทาน และมีความอร่อย ซึ่งการร้องเพลงขณะทำกับข้าวนั้น ทำให้ผู้ที่ทำนั้นไม่มีสมาธิในการทำ เป็นผลให้อาหารออกมาไม่น่ารับประทาน อาหารไหม้หรือเกิดมีดบาดทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ นอกจากนี้การร้องเพลงจะทำให้น้ำลายกระเด็นลงอาหารทำให้เสียสุขลักษณะได้ จึงเป็นที่มาของคำโบราณ ความเชื่อที่เล่าต่อๆกันมา นอกจากการ้องเพลงขณะทำกับข้าวจะไม่ดีแล้ว การร้องเพลงขณะรับประทานอาหารก็ไม่ดีเช่นกัน

Continue Reading